........จากการเตรียมแผนที่ดี และการออกแถลงการณ์พร้อมทั้งพาดหัวล้อมกรอบให้เห็น ชัดว่า เสียงอ่างทอง คือ ไทยรัฐ และ ไทยรัฐ ก็คือ เสียงอ่างทอง ทำให้ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ สามารถผงาดอยู่บนแผงแทบจะทันทีทันควันเมื่อวางตลาด

........ไทยรัฐยุคซอยวรพงษ์ เริ่มรวบรวมทีมงานนักข่าวและ คอลัมนิสต์มาไว้ใน กองบรรณาธิการมากหน้าหลายตา นอกจากคนเก่า คนแก่อย่าง เลิศ อัศเวศน์ แล้ว ก็ยังมีคนรุ่นหนุ่ม อย่าง กะแช่ (ประสาน มีเฟื่องศาสตร์) สมิต มานัสฤดี, วิมล พลกุล, สมบูรณ์ วรพงษ์ , มานิจ สุขสมจิตร, เฉลิมชัย ทรงสุข ฯลฯ

........ จากการบุกตลาดอย่างหนักควบคู่ไปกับการเสนอข่าวและคอลัมน์ที่ถูกใจคนอ่าน ส่งผลให้ไทยรัฐยุคซอยวรพงษ์มียอดจำหน่ายสูงถึง 6 หลัก หรือ 100,000 ฉบับ ในเวลาไม่นานนัก ในขณะที่เสียงอ่างทองซึ่งเจ้าของเดิมเอากลับไปทำเอง ต้องเลิก กิจการไปอย่างรวดเร็ว

........ แม้ไทยรัฐยุคนั้น ซึ่งพิมพ์ทั้งหมด 16 หน้า ราคา 1 บาท จะขายเป็น แสนฉบับแล้ว แต่ยังใช้การพิมพ์ด้วยระบบ Letter Press หรือที่เรียกว่า ระบบหลอมตัวตะกั่ว โรงพิมพ์ในซอยวรพงษ์แคบเกินไปและยากที่จะขยายเพื่อ รองรับแท่นใหม่ๆ ที่เขาเตรียมจัดซื้อสำหรับรองรับความเจริญเติบโตที่กำลัง คืบคลานเข้ามา

........ ประมาณปี 2510-2511 ถนนกรุงเทพฯ-สระบุรี ช่วงดินแดง-ดอนเมือง ซึ่งต่อมาเรียกว่าถนนซูเปอร์ไฮเวย์เพิ่งตัดใหม่ ยังเป็นทางดินลูกรังสีแดง มีแต่ท้องทุ่งนาเวิ้งว้างออกไป 2 ข้างทาง ไม่มีวี่แววเลยว่าจะกลายเป็นถนน สายสำคัญของกรุงเทพมหานครไปได้ แต่กลับเป็นพื้นที่ที่กำพลหมายตาสำหรับ เป็นสถานที่สร้างโรงพิมพ์ใหม่

........ 18 มีนาคม 2512 ได้ฤกษ์งามยามดีสำหรับพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารอำนวยการ 3 ชั้น เป็นอาคารแรกที่ผุดขึ้นตระหง่านริมถนนซูเปอร์ไฮเวย์

........13 พฤศจิกายน 2513 กำพล วัชรพล ย้ายสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐจาก ซอยวรพงษ์ มาอยู่ที่แห่งใหม่ โดยจดทะเบียนเลขที่บ้านเอาไว้กับ ทางเขตบางเขน ที่ดูแลพื้นที่แถบนี้ เป็นรายแรกส่งผลให้สำนักงานหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ถนนซูเปอร์ไฮเวย์ ได้ เลขที่ 1