![]() |
![]() |
![]() |
|
![]() |
![]() |
![]() |
|
![]() |
![]() |
![]() |
|
![]() |
![]() |
||
![]() |
![]() |
||
![]() |
![]() |
![]() | |
![]() |
![]() |
![]() | |
![]() |
![]() |
![]() | |
![]() |
|||
........"นับแต่ข่าวภาพรายวันถูกปิดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2501 กำพล วัชรพล ได้พยายามวิ่งเต้น อย่างสุดชีวิต เพื่อจะออก หนังสือพิมพ์ใหม่สักฉบับเป็นการทดแทน แต่จากนโยบาย "หนังสือพิมพ์เก่าออกไม่ได้ หนังสือพิมพ์ใหม่อย่าให้เกิด" ของคณะปฏิวัติทำให้เขา จนปัญญาเพราะไม่สามารถจะขอหัว หนังสือใหม่ได้เลยจึงตัดสินใจเช่าหัวหนังสือพิมพ์ "เสียงอ่างทอง" มาทดแทน "ข่าวภาพรายวัน" ที่ถูกปิดไปโดยเงื้อมมือของเผด็จการ
........กำพล วัชรพล และคณะ เลือกวันที่ 1 พฤษภาคม 2502 เป็นวันดีเดย์ และมอบให้ วิมล พลกุล เป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการ พร้อมด้วยทีมงานเดิมจากข่าวภาพรายวันทั้งชุด "อยากเห็นภาพ อยากทราบข่าว ต้องอ่าน "เสียงอ่างทอง" หนังสือพิมพ์เช้าประจำครอบครัว" คือสโลแกนของหนังสือพิมพ์น้องใหม่ที่ถือกำเนิดในภูธร แต่เข้ามาโลดแล่นในนครบาล เพราะช่องโหว่ ของกฎหมายฉบับนี้
........"เสียงอ่างทอง" วางจำหน่ายฉบับละ 50 สตางค์ มี 10 หน้า ราคาจึงถูกกว่าฉบับอื่นๆ ที่มีเพียง 8 หน้า แต่สนนราคาเท่ากัน
........ ข่าว "ฆาตกรรมนวลฉวี" ที่เกิดขึ้นในเดือนกันยายน2502เป็นข่าวพิศวาสฆาตกรรม ที่ส่งให้ชื่อเสียงของหนังสือพิมพ์เสียงอ่างทอง เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้นทั้งข่าวอาชญากรร อันโดดเด่น และข่าวการเมืองที่มีลักษณะ ไม่เหมือนใครเพราะมิได้เชียร์รัฐบาลนี่เอง ได้ส่งผลให้ยอดจำหน่ายของเสียงอ่าง ทองรายวันเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับภายในฉบับ ยังมีคอลัมน์ต่างๆ รวมทั้งคอลัมน์ข่าวสังคมเขียนโดย "กะแช่" อันเป็นเอกลักษณ์ของทีม งานชุดนี้มาตั้งแต่ข่าวภาพรายวันเสียงอ่างทองเริ่ม จำหน่ายได้มากขึ้นตามลำดับ จนล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มกราคม2503ยอดจำหน่าย ของเสียงอ่างทองได้พุ่งขึ้นไปถึง 45,000 ฉบับ ซึ่งถือว่าเป็นยอด จำหน่ายที่ค่อนข้างสูงมากในยุคนั้น การริเริ่มส่งหนังสือเองในยุคเสียงอ่างทอง ถือเป็นการปฏิวัติระบบจำหน่ายหนังสือพิมพ์ครั้งยิ่งใหญ่ เพราะหลังจากนั้นเป็นต้นมา โรงพิมพ์ต่างๆ ก็หันมาใช้วิธีส่งเองเป็นหลัก โดยใช้รถยนต์ขนส่งไปทั่วประเทศ เพื่อความไม่ประมาท กำพล วัชรพล ก็ได้จัดซื้อหัวหนังสือพิมพ์ "ไทยรัฐ" ไว้อีกฉบับหนึ่ง เพื่อเป็นหลักประกันสำหรับเวลาฉุกเฉิน ขณะเดียวกันผลมาจากการที่ยอดขาเพิ่มสูงขึ้นเพราะ ระบบตีด่วน ก็ทำให้กำพลได้ตัดสินใจมาลงหลักตั้งสำนักงานโรงพิมพ์ของตัวเองที่ซอยวรพงษ์ เซ้งแท่นพิมพ์ระบบโรตารี่ มา 2 แท่น เพื่อสนองการขยายตัวของกิจการ